สาระความรู้เรื่องที่เป็นประโยชน์จากกลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลสมุทรสาคร
คำแนะนำการใช้ยา
ยา" หมายถึง สารหรือสารเคมีที่มีฤทธิ์ต่อสิ่งมีชีวิต และไม่ใช่อาหาร ใช้ในการป้องกัน รักษา หรือบำบัดโรคต่างๆในคนและสัตว์ เพื่อให้พ้นจากการทรมาน หรือความเจ็บปวดจากโรคภัยต่างๆยาเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ที่มีความสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ยามีทั้งประโยชน์และโทษ ดังนั้นในการใช้ยาจึงควรมีความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อจะได้ใช้ยาให้เกิดประโยชน์ดังนี้

1. ยาที่ให้รับประทาน “ก่อน” อาหาร ควรรับประทานอย่างน้อย 1/2 ชั่วโมง ( เพราะมันถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีตอนท้องว่าง ) ดังนั้นหากลืมกินก่อนอาหารให้กินหลังอาหารอีกทีเมื่อเวลาผ่านไปแล้ว 2 ชั่วโมง กระเพาะจะใช้เวลาในการย่อยอาหารประมาณ 2 ชั่วโมง
2. รับประทานหลังอาหาร โดยทั่วไปหมายความว่าหลังอาหารอย่างน้อย 15 นาที ยาที่ให้รับประทานหลังอาหารนี้ ส่วนมากเป็นยาทั่ว ๆ ไป ซึ่งไม่รบกวนต่อการดูดซึมของยาและอาจเพิ่มการดูดซึมของยาบางชนิดได้ หรือเป็นยาที่ถึงแม้จะถูกดูดซึมได้ดีในขณะท้องว่าแต่มีฤทธิ์ระคายเคืองกระเพาะอาหารมาก ถ้าลืมกิน...ยาหลังอาหาร วิธีแก้ : รีบกินทันทีที่นึกได้ แต่หากเลยหลังอาหารไปแล้ว 2 ชั่วโมง ให้หาของว่างรองท้อง แล้วกินยามื้อที่ลืม แต่ถ้าใกล้เวลากินมื้อต่อไปแล้ว ให้ข้ามมื้อที่ลืมไปเลย ไม่ควรกินยาเป็น 2 เท่า เด็ดขาด!
3.ยาที่ให้รับประทาน “หลัง” อาหารทันที ควรรับประทานยาหลังอาหารทันที หรือพร้อมอาหาร แล้วไม่เกิน 15 นาที (เพื่อให้ยาถูกดูดซึมเข้ากระแสโลหิตร่วมกับอาหารในลำไส้เล็ก ในกรณีที่คนไข้ไม่กินอาหารเย็นไม่ควรงดยาให้กินยานั้นในเวลาประมาณที่ควรกินอาหารมื้อเย็น แล้วให้ดื่มน้ำตามมากๆ)ดังนั้นควรทำเหมือนกรณีลืมกินยาหลังอาหารทุกประการ

4. ยาก่อนนอน ควรเว้นระยะห่างจากยาหลังอาหารมื้อเย็นประมาณ 4 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย
5. ยาแก้ปวด เช่น ปวดหัว ปวดฟัน ปวดท้องประจำเดือน ที่มีผลระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร ต้องรับประทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที หรือดื่มน้ำตามมากๆ เพราะถ้ารับประทานในขณะท้องว่าง ยาจะไประคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะ ทำให้เป็นแผลในกระเพาะ ปวดท้อง
6. ยาลดกรด และยาสำหรับโรคกระเพาะ ยาประเภทนี้รับประทานก่อน หรือหลังอาหาร 2 ชั่วโมง ถ้าอยู่ในรูปเม็ด ให้เคี้ยวให้ละเอียดก่อนแล้วจึงกลืน
7.ยาแก้ปวดลดไข้ที่ระบุ ให้รับประทานทุก 4 ชั่งโมง หมายความว่า เมื่อหลังรับประทานยานี้ประมาณ 15 – 30 นาที แล้วอาการทุเลาลง ไม่ต้องรับประทานยานี้อีก ถ้ายังไม่ทุเลา ยังไม่หาย หรือกลับปวดขึ้นมาอีก ก็รับประทานยานี้อีกได้ แต่ต้องระยะห่างจากครั้งแรก 4 ชั่วโมง
ผู้จัดทำ นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงสาธารณสุขศาสตร์ ( เทคนิคเภสัชกรรม) นางสาวกมลทิพย์ คงมณี เลขที่ 2 นางสาวนฤมล รัตนวรรณ เลขที่ 23 นางสาวภัทรวลัย คนหลัก เลขที่ 42 นางสาววาสนา หิตเมียงสงค์ เลขที่ 52 ชั้นปี 2 รุ่นที่ 20 วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดชลบุรี

สร้างเมื่อ: 2009-12-03 18:51:24 แก้ไขเมื่อ: 2011-01-20 09:40:59