
สองทศวรรษกับการพัฒนางานเภสัชกรรม
Ø ปี2529กลุ่มงานเภสัชกรรมได้เข้าร่วมพัฒนาพัฒนาระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในงานบริหารคลังยากับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Ø ปี 2535 จัดตั้งศูนย์ติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา(ADR) และให้บริการข้อมูลด้านยา (DIS)แก่บุคลากร ประชาชน
Ø ปี 2538 จัดให้มีห้องให้คำปรึกษาด้านยา (Drug counseling) เพื่อบริการตอบปัญหาด้านยา
Ø ปี 2539 นำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในงานจ่ายยาผู้ป่วยในเพื่อลดระยะเวลาในการรอคอยและความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้น ให้คำปรึกษาด้านยาเป็นการดูแลผู้ป่วยแบบต่อเนื่อง (Ambulatory care)
Ø ปี 2540 บริการการตรวจวัดระดับยาในเลือด (TDM) เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการรักษาด้วยยา
Ø ปี 2541 ห้องจ่ายยาผู้ป่วยนอกจัดให้มีจุดรับใบสั่งยาบริเวณหน้าห้องตรวจ (เภสัชกรรมเชิงรุก) เพื่อลดความคับคั่งบริเวณหน้าห้องยา จัดให้มีเภสัชกรประจำตลอด 24 ชั่วโมง ห้องยาผู้ป่วยในใช้ระบบเบิกจ่ายยาแบบหนึ่งวัน (One day dose)และเริ่มงานบริบาลผู้ป่วยใน (Acute care) จัดให้มีเภสัชกรไปดูแลด้านยาที่หอผู้ป่วย ถือกำเนิดหน่วยงานสนับสนุนบริการเพื่อหมุนเวียนเจ้าหน้าที่ให้เกิดความคล่องตัวในการทำงาน
Ø ปี 2542ได้นำระบบกระดานรับยามาใช้เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถจับต้องระบบบริการ และทราบสถานะตนเอง จัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำการรับยา(PJJ) งานคลังเวชภัณฑ์จัดให้มีระบบส่งยาแบบ cold chain เพื่อประกันคุณภาพยาแช่เย็น เริ่มมีการรับฝึกงานนักศึกษาปริญญาตรีเฉพาะทางเภสัชกรรมคลินิก และมีการฝึกงานนักศึกษาปริญญาโทเภสัชกรรมคลินิกด้าน DIS
Ø ปี 2543 มีการจ่ายยาพร้อมให้คำแนะนำเบื้องต้นโดยเภสัชกรบริเวณหน้าห้องยาผู้ป่วยนอก (Dispensing and Counseling ) งานผู้ป่วยในเริ่มนำเครื่องนับเม็ดยาอัตโนมัติ (ATC )จัดยาเป็นมื้อ เริ่มมีการศึกษาวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆเพื่อนำผลที่ได้มาพัฒนางาน
Ø ปี 2544 นำโปรแกรมคอม พิวเตอร์ ดักจับDrug-drug interaction งานบริการผู้ป่วยในเริ่มใช้ drug profile พร้อมขยายระบบ One day dose ครอบคลุมทุกหอผู้ป่วย งานให้คำปรึกษาเริ่มดูผู้ป่วยเป็นกลุ่มโดยเริ่มจากผู้ป่วยเบาหวาน เพิ่มการพัฒนาบุคลากรหมุนเวียนเจ้าหน้าที่ในทุกระดับ
Ø ปี 2545 พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้แสดงข้อมูล Pregnancy risk ในฉลากยาของผู้ป่วย จัดระบบการ prepack ยาที่ได้มาตรฐานมากขึ้น รับฝึกงานนักศึกษาปริญญาโทเภสัชกรรมคลินิกด้าน Acute care จัดให้มีกิจกรรม Grand round ระหว่างเภสัชกรเพื่อสร้างระบบการเรียนรู้ งาน Ambulatory care เริ่มดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ HIV ทุกราย งานผลิตยาเริ่มขยายงานผลิตโดยเน้นผลิตภัณฑ์สมุนไพร และการให้ความรู้เรื่องสมุนไพร
Ø ปี 2546 สนับสนุนให้เภสัชกรเข้าร่วมในคณะกรรมการทีมนำทางคลินิก (PCT) ผลักดันนโยบายการปรับเปลี่ยนมื้อในคู่ยาที่เกิด Drug-Drug interaction คลังเวชภัณฑ์สร้างระบบตรวจสอบคุณภาพยาจากใบวิเคราะห์
Ø ปี 2547 ปรับบทบาทคณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัดให้มีการดูแลระบบคุณภาพยาร่วมด้วย จัดให้มีบัญชีตัวย่อ บัญชียากลุ่ม High alert drug และแนวทางการดำเนินการ เริ่มมีการวิเคราะห์ความคลาดเคลื่อนที่เป็นระบบมากขึ้น กำหนดแนวทางการป้องกันการแพ้ยาซ้ำโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ ติดตามผู้ป่วยโดยคัดกรองจาก Drug profile ได้แก่ ผู้ป่วยที่ใช้ยาเทคนิคพิเศษ ผู้ป่วยที่ได้รับ Warfarin
Ø ปี 2548 พัฒนางานเภสัชกรรมระบบยา งานผู้ป่วยใน จัดทำให้มีการเห็นลายมือแพทย์จาก Copy Order
งาน Acute Care ได้พัฒนางาน Mobile Acute Care จากระบบคัดกรอง Drug Profile และติดตามผู้ป่วยถึงเตียง พัฒนาระบบ การควบคุมการจัดเก็บยาในหอผู้ป่วย โดยมีระบบการตรวจเยี่ยม ดำเนินการ E-Auctionควบคู่กับการจัดซื้อระบบจังหวัดด้วย
Ø ปี 2549 เปิดให้บริการเคมีบำบัดโดยแนวคิด “One Stop Service” ร่วมจัดทำคู่มือการติดตามดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง คลินิก HIV ขยายการดำเนินการโดยจัดโครงการ “Mother to child” เพื่อส่งเสริมและวางระบบติดตาม Adherence และประสิทธิผลการรักษา
Ø ปี 2550 งานบริการผู้ป่วยนอกมีใช้เครื่องนับเม็ดยาอัตโนมัติ จัดจ้างล่ามชาวพม่า ใช้ Trigger BUN, Cr ในการติดตามเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาเพื่อติดตามปรับขนาดยา งานเคมีบำบัดเริ่มดำเนินการให้คำปรึกษาเรื่องยาเคมีบำบัด ประสานงานกับมหาวิทยาลัยนำร่องเรื่องการฝึกนักศึกษาหลักสูตรเฉพาะงาน เพื่อให้นักศึกษามีทักษะเฉพาะในเชิงระบบ
Ø ปี 2551 งานบริบาลเภสัชกรรมผู้ป่วยนอก ได้ดำเนินการติดตามการใช้ยาในคลินิกผู้ป่วยวัณโรคและคลินิกโรคหืดเด็ก งานบริการจ่ายยาผู้ป่วยนอก เปิดหน่วย one stop service ให้บริการที่คลินิกฝากครรภ์ เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ งานผลิตได้จัดเตรียมยาพร้อมจ่าย Norfloxacin syrup
Ø ปี 2552 โครงการจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ( Chronic care center : CCC )เป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลผู้ป่วยเฉพาะแบบครบวงจร โดยริเริ่มในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยความร่วมมือระหว่างสหสาขาวิชาชีพ เพื่อการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม
Ø ปี 2553 จัดตั้ง Admission center โดยทีมงาน Acute care ติดตามดูแลผู้ป่วยใหม่ที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ตามเกณฑ์การคัดกรองเพื่อดูแลยาโรคเรื้อรังตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน Medication reconciliation เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับยาอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม
Ø ปี 2554 ต่อยอดสู่งาน IPD Discharge counselling เพื่อให้ครอบคลุมกระบวนการดูแลผู้ป่วยใน ด้วยการแนะนำและให้คำปรึกษาสำหรับผู้ป่วยในที่กลับบ้านตามหลัก Medication reconciliation และริเริ่มหน่วยงานเภสัชกรรมปฐมภูมิ เยี่ยมบ้านผู้ป่วยโรคเรื้อรังเพื่อติดตามการใช้ยาในกรณีที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาจากการใช้ยา
สร้างเมื่อ: 2009-08-10 11:44:37 แก้ไขเมื่อ: 2012-03-14 09:09:42